1 หัวใจดีได้ ไม่ต้องพึ่งยา ตอน : เบ่งอึก็....เสียชีวิตได้นะ
Copyright 2022

การออกกำลังกาย

หัวใจดีได้ ไม่ต้องพึ่งยา ตอน : เบ่งอึก็....เสียชีวิตได้นะ

              ทราบหรือไม่...เบ่งถ่ายอุจจาระหรือแม้แต่เร่งการปัสสาวะล้วนมีอันตราย มีผู้ป่วยหลายรายที่รอดชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แต่เมื่อพักฟื้นต่อในโรงพยาบาลเกิดเสียชีวิตกระทันหันขณะเข้าไปเบ่งถ่ายในห้องน้ำ บางคนจะได้กลับบ้านอยู่แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จึงถือเป็นเรื่องหรือภัยใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม เมื่อทราบเช่นนี้แล้วมีเรื่องราวอะไรบ้างที่ควรทราบเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ ในผู้ป่วยโรคหัวใจ

 

ทำไมหมอจังห้ามเบ่ง

                   การเบ่ง(ศัพท์แพทย์มีชื่อว่า Valsalva maneuver)หมายถึง การออกแรงกลั้นลมหายใจออก ทำให้เกิดความดันทั้งในทรวงอกและช่องท้องสูงขึ้น พบได้ในการเบ่งหลายชนิด ทั้งเบ่งถ่าย เบ่งปัสสาวะ ไอ หรืออาเจียน การเบ่งถ่ายในคนขับถ่ายยากเพื่อบีบรัดลำไส้ในช่องท้องขับไล่อุจจาระ ซึ่งหลายคนคงใช้เป็นประจำ แต่ถือเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ และอีกหลายโรค

                  ขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ ความดันในช่องทรวงอกจะเพิ่มขึ้น ปริมาณเลือดกลับสู่หัวใจลดลง หัวใจจะบีบเลือดออกได้น้อยลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง บางรายมีความผิดปกติจากระบบประสาท ทำให้ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ วิงเวียน และรู้สึกเหนื่อย จนเป็นลมหรือหมดสติไป เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงจนถึงขั้นช็อคได้ ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด เมื่อเบ่งเพิ่มความดันดังกล่าวจะยิ่งทำให้เลวร้ายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตกะทันหัน นอกจากนี้การเบ่งยังมีโอกาสเกิดหลอดเลือดแดงในสมองฉีกขาดหรืออุดตันได้ด้วยโดยเฉพาะในรายที่มีโรคความดันโลหิตสูง

อาการท้องผูกเฉียบพลันพบได้ในผู้ใดบ้าง

              ท้องผูกเฉียบพลันนั้นเกิดขึ้นได้เสมอขณะพักรักษาในโรงพยาบาล สามารถพบได้ในคนทั่วไป ผู้ที่ท้องผูกเป็นนิสัย หรือถ่ายยากเมื่อไปอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย ชอบวิตกกังวล ผู้ป่วยที่ต้องการรับการผ่าตัด นอนโรงพยาบาลนาน หรือเป็นโรคริดสีดวงทวาร หากท่านมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ ถึงไม่โดนถาม ก็ต้องแจ้งแพทย์หรือพยาบาลเพื่อทราบไว้ก่อน เพื่อหาวิธีป้องกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

การปฏิบัติตัวขณะพักรักษาในโรงพยาบาล

              ผู้ป่วยที่เข้าพักรักษา ทั้งที่มีและไม่มีประวัติท้องผูก อาจเกิดความวิตกกังวล ได้รับน้ำน้อย ทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อย เป็นการใช้ชีวิตที่ไม่ปกติเหมือนอยู่บ้าน หรือนอนเตียงไอซียูอยู่หลายวัน การเคลื่อนไหวของลำไส้อาจช้าลงเป็นสาเหตุให้อุจจาระแข็งตัว ท้องผูกเฉียบพลันได้ คำแนะนำเหล่านี้อาจช่วยท่านได้

  • ไม่ควรเบ่งถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ไอจามรุนแรงโดยเด็ดขาด แม้จะต้องนอนถ่ายบนเตียงผู้ป่วยซึ่งอาจทำให้การขับถ่ายยุ่งยากก็ตาม
  • แจ้งแพทย์เมื่อมีประวัติถ่ายยาก หรือท้องผูกเป็นนิจ
  • พยายามผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ
  • ถ้ายังมีอาการท้องผูกอยู่อีก ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาล เพื่อขอยาระบาย
  • หากมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อย ใจสั่น มึนศีรษะ ให้รีบแจ้งพยาบาลทันทีเพื่อดูอาการและควรเพิ่มความระมัดระวังขณะขับถ่ายให้มากขึ้น

การป้องกันอาการท้องผูกเป็นนิจ

       คำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยให้การขับถ่ายประจำวันของท่านเป็นไปตามธรรมชาติมากขึ้น ไม่ท้องผูกง่ายได้แก่

  • ฝึกขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา ตั้งแต่วัยเด็ก
  • รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารให้มาก อาหารประเภทนี้จะพบมากในผัก ผลไม้ ควรหลีกเลี่ยงหรือควบคุมอาหารที่มีโคเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ครีม เนย เนื้อ
  • ดื่มน้ำ น้ำผลไม่ และน้ำผักให้มากเพียงพอ (ยกเว้นมีข้อห้ามของแพทย์ผู้รักษา) ดื่มน้ำอุ่นหรือเครื่องดื่มอุ่นๆ 1 แก้ว เวลาตื่นนอนทันที จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น ไม่ควรดื่มกาแฟและแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้อุจจาระแห้ง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น อาจจะใช้เดินวันละ 20-30 นาที
  • ช่วงเวลาเข้าห้องน้ำ อย่ารีบเร่งจนเกินไป ให้เวลากับการขับถ่ายใช้ยาระบายตามแพทย์สั่งและใช้เท่าที่จำเป็น
  • ไม่ควรซื้อยาถ่ายหรือสวนทวารมาใช้เอง จนติดเป็นนิสัย
  • หากมียาประจำที่ใช้อยู่เดิม ควรปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจจะทำให้เกิดอาการท้องผูก เช่น แคลเซียม ยาลดกรด ยาแก้ปวดบางชนิด ยาขับปัสสาวะ

 

หวังว่าสิ่งที่ผิดปกติเล็กน้อยเหล่านี้ ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือแม้แต่ผู้ป่วยอื่นก็ไม่ควรมองข้ามนะครับ

 

 

f t g m

ติดต่อเรา

 

    สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย

    ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

    ที่อยู่ : ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี

    ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

    กรุงเทพฯ 10310

    โทร : 02-718-0061

    โทรสาร : 02-718-0065

    E-mail : thaiheart@hotmail.com

    Facebook : Thaihealthyheart

Google Map